[Life] อีกไม่กี่ปี ..น้ำทะเลบนโลกจะเดือด
posted on 27 Oct 2007 11:29 by s2angel in Life

ปล. บทความนี้ควรใช้ Internet Explorer อ่านนะงับถ้าเป็น FireFox จะล้นต้องขอโทดด้วยงับ
มันไม่ใช่ Green House Effectแต่มันคือ Runaway Green House Effect
อีกไม่นาน ประมาณ 10 - 15 ปีคับ หากมนุษย์ยังควบคุมสถานการณ์โลกร้อนไม่ได้ มันจะพัฒนาตัวเองจากGreen House Effect เป็น Runaway Green House Effect (ปรากฏการณ์เรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ)มันร้ายสุดๆๆจะทำให้พื้นผิวของโลกมีอุณหภูมิสูงกว่า 400 องศาเซียลเซียส ...
... ทะเลบนโลกจะเดือด !!!
... หินจะหลอมละลาย !!
...สิ่งมีชิวิตจะสูญพันธ์ !!
โลกจะเป็นดาวอังคาร ดาวศุกร์ ดวงต่อไป ... แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ทางแก้คือปลูกต้นไม้และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมงับ
ความรู้เพิ่มเติม
โลก ( The Earth )โลกเป็นดาวเคราะห์ที่ห่างจากดวงอาทิตย์มาเป็นลำดับที่ 3 ในระบบสุริยะเป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินหรือดาวเคราะห์แห่งพื้นน้ำ เนื่องจากมองจากอวกาศ โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีสีน้ำเงินเพราะมีผิวที่ปกคลุมด้วยน้ำเกือบ 3 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมด มีบริวาร 1 ดวง คือ ดวงจันทร์ ( Moon ) มีเส้นรัศมี 6,371กิโลเมตร มีมวลทั้งสิ้น(5.9736* 10ยกกำลั24 ) กิโลกรัม (5,973,600,000,000,000,000,000,000 คือห้าล้านเก้าแสนเจ็ดหมื่นสามพันหกร้อยล้านล้านล้านกิโลกรัม ) ความเร็วในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 29.8กิโลเมตรต่อวินาที ใช้เวลา 365.25 วัน โดยหมุนรอบตัวเองใช้เวลา23 ชั่วโมง 56 นาที 4.09 วินาทีโลกมีแถบรังสีที่ชื่อว่าแวนอัลเลน ลักษณะเป็นเข็มขัดห่อหุ้มโดยรอบ 2 ชั้น เรียกว่า เข็มขัดแวน อัลเลน(Van Allen )และยังมีสนามแม่เหล็กทำหน้าที่เกราะป้องกันโลก เกิดจากการไหลวนของหินเหลวและโลหะในแก่นชั้นนอกของแก่นโลก(Core )โดยจะกันอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าพลังสูงจากดวงอาทิตย์ไว้ในวงแหวนรังสีไม่ให้ผ่านมาถึงโลกง่ายแต่อาจจะมีอิเล็กตรอนบางส่วนเล็ดลอดผ่านแถบรังสีเข้ามาสู่บรรยากาศโลกได้ไปทำปฏิกิรยากับอะตอมของออกซิเจนและไนโตรเจนทำให้เกิดแสงเรืองขึ้นในท้องฟ้าแถบขั่วโลกเหนือและขั่วโลกใต้ที่เรียกว่า แสงเหนือและแสงใต้ ( Aurora )
โครงสร้างภายในของโลก
แก่นโลก (Core) ส่วนใหญ่เป็นเหล็กและนิกเกิล
แก่นโลกชั้นในเป็นของแข็ง รัศมี1,370 กิโลเมตร
แก่นโลกชั้นนอก เป็นของเหลวหนา 2,100 กิโลเมตร
แมนเทิล (Mantle) ชั้นของของหนืดอยู่ระหว่างแก่นโลกกับ
เปลือกโลกมีความหนา 2,800 กิโลเมตร
เปลือกโลก (Crust) ชั้น นอกของโลกเป็นหินมีความหนาเฉลี่ย
6-35 กิโลเมตรหรือ 0 - 50 กิโลเมตร
บรรยากาศของโลก
บรรยากาศของโลก แบ่งตามองค์ประกอบในบรรยากาศ
1.เอ็กโซสเฟียร์ (Exosphere) ระดับความสูง 640 ถึงมากกว่า 2,400 กิโลเมตร ที่ระดับสูงกว่า 2,400 กิโลเมตร ก๊าซส่วนใหญ่เป็นไฮโดรเจน ที่ระดับสูงกว่า960-2,400 เป็นไฮโดรเจนและฮีเลียม เท่า ๆ กัน ที่ระดับต่ำกว่า 960
กิโลเมตรมีออกซิเจนอยู่ด้วย
2.ไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere) ระดับความสูง 56-640 กิโลเมตร เป็นชั้นที่อะตอมของก๊าซอยู่ในรูปของไอออน มีประจุไฟฟ้า บรรยากาศชั้นนี้สะท้อนคลื่นวิทยุ
3. สตาร์โตสเฟียร์ (Startosphere)ระดับความสูง 10-56 กิโลเมตรประกอบด้วยชั้นโอโซน กักกั้นรังสีคลื่นสั้น จากนอกโลก ไม่ให้เป็นอันตรายต่อชีวิตบนโลก
4. โทรโปสเฟียร์ (Troposphere) จากพื้นโลกถึงความสูง 10 กิโลเมตร บรรยากาศชั้นนี้ อยู่ติดกับพื้นโลก
ก๊าซส่วนใหญ่เป็นก๊าซไนโตรเจน และออกซิเจน เป็นชั้นที่เกิดเมฆและสภาพอากาศทางอุตุนิยมวิทยา
บรรยากาศของดาวศุกร์การที่ดาวศุกร์อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลกทำให้อุณหภูมที่พื้นผิวสูงกว่าโลกมาก
อีกประการที่ทำให้อุณหภูมิสูงเนื่องจากมีเมฆที่หนาทึบทำให้ดูดความร้อนเอาไว้มากเสมือนห้องหลังคากระจกใส
หรือปรากฏการณ์เรือนกระจก (Green House Effect ) หรือปรากฏการณ์เรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ ( Runaway Green House Effect ) ซึ่งอุณหภูมิสูงกว่าดาวพุธมาก สูงถึง 465 องศาเซลเซียสบรรยากาศส่วนใหญ่ประกอบด้วยก๊าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 96 เปอร์เซ็นต์ ไนโตรเจน 3.5 เปอร์เซ็นต์นอกนั้นเป็นไอน้ำ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ อาร์กอนและนีออน ผิวของดาวศุกร์มีภูเขาไฟระเบิดและธารลาวาไหลอยู่ทั่วไป ซึ่งไอน้ำและซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ในบรรยากาศของดาวศุกร์จะรวมตัวเป็นไอของกรดกำมะถัน ซึ่งเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตด้วย เมฆชั้นที่หนาทึบประกอบด้วย กรด ซัลฟิวริก (Sulfuric Acid ; กรดกำมะถัน) การระบิดของภูเขาไฟและหยดน้ำ ซึ่งกลั่นตัวได้ในบรรยากาศชั้นบนของดาวที่เย็นกว่าบริเวณพื้นผิวมากกรดซัลฟิวริกและหยดน้ำจะรวมตัวกันเป็นฝนกรดกลับสู่ผิวดาว แต่ฝนกรดเหล่านี้ไม่มีโอกาสที่จะตกลงถึงผิวดาวได้เลย เพราะเมื่อฝนกรดตกลงถึงบรรยากาศชั้นล่างซึ่งมีความร้อนมากเม็ดกรดก็จะระเหยกลายเป็นไอและแตกตัวกลับขึ้นไปอยู่ในบรรยากาศชั้นสูงดังเดิมดาวศุกร์ส่องสว่างมากเพราะมีชั้นบรรยากาศที่ประกอบด้วยเมฆหนาทึบ ทำให้สะท้อนแสงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดีพื้นผิวดาวศุกร์มีอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ เฉลี่ย 464 องศาเซลเซียส (737 เคลวิน )ร้อนพอที่จะหลอมตะกั่วได้ และมีความดันสูงถึง 92 เท่าของความดันบรรยากาศโลก (เทียบได้ความดันของน้ำใต้ทะเลที่ความลึก 900 เมตร )
ที่มาข้อมูล : วิชาการ.คอม










ยังไม่อยากตาย มาช่วยกันปลูกต้นไม่กันดีกว่า
#1 By Extinsions on 2007-10-27 12:13