ปล. บทความนี้ควรใช้ Internet Explorer อ่านนะงับถ้าเป็น FireFox จะล้นต้องขอโทดด้วยงับ
มันไม่ใช่ Green House Effect

แต่มันคือ Runaway Green House Effect
อีกไม่นาน ประมาณ 10 - 15 ปีคับ หากมนุษย์ยังควบคุมสถานการณ์โลกร้อนไม่ได้ มันจะพัฒนาตัวเองจากGreen House Effect เป็น Runaway Green House Effect (ปรากฏการณ์เรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ)มันร้ายสุดๆๆจะทำให้พื้นผิวของโลกมีอุณหภูมิสูงกว่า 400 องศาเซียลเซียส ...

... ทะเลบนโลกจะเดือด !!!


... หินจะหลอมละลาย !!


...สิ่งมีชิวิตจะสูญพันธ์ !!


โลกจะเป็นดาวอังคาร ดาวศุกร์ ดวงต่อไป ... แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ทางแก้คือปลูกต้นไม้และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมงับ

ความรู้เพิ่มเติม
โลก ( The Earth )โลกเป็นดาวเคราะห์ที่ห่างจากดวงอาทิตย์มาเป็นลำดับที่ 3 ในระบบสุริยะเป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินหรือดาวเคราะห์แห่งพื้นน้ำ เนื่องจากมองจากอวกาศ โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีสีน้ำเงินเพราะมีผิวที่ปกคลุมด้วยน้ำเกือบ 3 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมด มีบริวาร 1 ดวง คือ ดวงจันทร์ ( Moon ) มีเส้นรัศมี 6,371กิโลเมตร มีมวลทั้งสิ้น(5.9736* 10ยกกำลั24 ) กิโลกรัม (5,973,600,000,000,000,000,000,000 คือห้าล้านเก้าแสนเจ็ดหมื่นสามพันหกร้อยล้านล้านล้านกิโลกรัม ) ความเร็วในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 29.8กิโลเมตรต่อวินาที ใช้เวลา 365.25 วัน โดยหมุนรอบตัวเองใช้เวลา23 ชั่วโมง 56 นาที 4.09 วินาทีโลกมีแถบรังสีที่ชื่อว่าแวนอัลเลน ลักษณะเป็นเข็มขัดห่อหุ้มโดยรอบ 2 ชั้น เรียกว่า เข็มขัดแวน อัลเลน(Van Allen )และยังมีสนามแม่เหล็กทำหน้าที่เกราะป้องกันโลก เกิดจากการไหลวนของหินเหลวและโลหะในแก่นชั้นนอกของแก่นโลก(Core )โดยจะกันอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าพลังสูงจากดวงอาทิตย์ไว้ในวงแหวนรังสีไม่ให้ผ่านมาถึงโลกง่ายแต่อาจจะมีอิเล็กตรอนบางส่วนเล็ดลอดผ่านแถบรังสีเข้ามาสู่บรรยากาศโลกได้ไปทำปฏิกิรยากับอะตอมของออกซิเจนและไนโตรเจนทำให้เกิดแสงเรืองขึ้นในท้องฟ้าแถบขั่วโลกเหนือและขั่วโลกใต้ที่เรียกว่า แสงเหนือและแสงใต้ ( Aurora )

โครงสร้างภายในของโลก
แก่นโลก (Core) ส่วนใหญ่เป็นเหล็กและนิกเกิล
แก่นโลกชั้นในเป็นของแข็ง รัศมี1,370 กิโลเมตร
แก่นโลกชั้นนอก เป็นของเหลวหนา 2,100 กิโลเมตร
แมนเทิล (Mantle) ชั้นของของหนืดอยู่ระหว่างแก่นโลกกับ
เปลือกโลกมีความหนา 2,800 กิโลเมตร
เปลือกโลก (Crust) ชั้น นอกของโลกเป็นหินมีความหนาเฉลี่ย
6-35 กิโลเมตรหรือ 0 - 50 กิโลเมตร
 บรรยากาศของโลก
บรรยากาศของโลก แบ่งตามองค์ประกอบในบรรยากาศ
1.เอ็กโซสเฟียร์ (Exosphere) ระดับความสูง 640 ถึงมากกว่า 2,400 กิโลเมตร ที่ระดับสูงกว่า 2,400 กิโลเมตร ก๊าซส่วนใหญ่เป็นไฮโดรเจน ที่ระดับสูงกว่า960-2,400 เป็นไฮโดรเจนและฮีเลียม เท่า ๆ กัน ที่ระดับต่ำกว่า 960
กิโลเมตรมีออกซิเจนอยู่ด้วย
2.ไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere) ระดับความสูง 56-640 กิโลเมตร เป็นชั้นที่อะตอมของก๊าซอยู่ในรูปของไอออน มีประจุไฟฟ้า บรรยากาศชั้นนี้สะท้อนคลื่นวิทยุ
3. สตาร์โตสเฟียร์ (Startosphere)ระดับความสูง 10-56 กิโลเมตรประกอบด้วยชั้นโอโซน กักกั้นรังสีคลื่นสั้น จากนอกโลก ไม่ให้เป็นอันตรายต่อชีวิตบนโลก
4. โทรโปสเฟียร์ (Troposphere) จากพื้นโลกถึงความสูง 10 กิโลเมตร บรรยากาศชั้นนี้ อยู่ติดกับพื้นโลก
ก๊าซส่วนใหญ่เป็นก๊าซไนโตรเจน และออกซิเจน เป็นชั้นที่เกิดเมฆและสภาพอากาศทางอุตุนิยมวิทยา

บรรยากาศของดาวศุกร์การที่ดาวศุกร์อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลกทำให้อุณหภูมที่พื้นผิวสูงกว่าโลกมาก
อีกประการที่ทำให้อุณหภูมิสูงเนื่องจากมีเมฆที่หนาทึบทำให้ดูดความร้อนเอาไว้มากเสมือนห้องหลังคากระจกใส
หรือปรากฏการณ์เรือนกระจก (Green House Effect ) หรือปรากฏการณ์เรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ ( Runaway Green House Effect ) ซึ่งอุณหภูมิสูงกว่าดาวพุธมาก สูงถึง 465 องศาเซลเซียสบรรยากาศส่วนใหญ่ประกอบด้วยก๊าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 96 เปอร์เซ็นต์ ไนโตรเจน 3.5 เปอร์เซ็นต์นอกนั้นเป็นไอน้ำ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ อาร์กอนและนีออน ผิวของดาวศุกร์มีภูเขาไฟระเบิดและธารลาวาไหลอยู่ทั่วไป ซึ่งไอน้ำและซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ในบรรยากาศของดาวศุกร์จะรวมตัวเป็นไอของกรดกำมะถัน ซึ่งเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตด้วย เมฆชั้นที่หนาทึบประกอบด้วย กรด ซัลฟิวริก (Sulfuric Acid ; กรดกำมะถัน) การระบิดของภูเขาไฟและหยดน้ำ ซึ่งกลั่นตัวได้ในบรรยากาศชั้นบนของดาวที่เย็นกว่าบริเวณพื้นผิวมากกรดซัลฟิวริกและหยดน้ำจะรวมตัวกันเป็นฝนกรดกลับสู่ผิวดาว แต่ฝนกรดเหล่านี้ไม่มีโอกาสที่จะตกลงถึงผิวดาวได้เลย เพราะเมื่อฝนกรดตกลงถึงบรรยากาศชั้นล่างซึ่งมีความร้อนมากเม็ดกรดก็จะระเหยกลายเป็นไอและแตกตัวกลับขึ้นไปอยู่ในบรรยากาศชั้นสูงดังเดิมดาวศุกร์ส่องสว่างมากเพราะมีชั้นบรรยากาศที่ประกอบด้วยเมฆหนาทึบ ทำให้สะท้อนแสงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดีพื้นผิวดาวศุกร์มีอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ เฉลี่ย 464 องศาเซลเซียส (737 เคลวิน )ร้อนพอที่จะหลอมตะกั่วได้ และมีความดันสูงถึง 92 เท่าของความดันบรรยากาศโลก (เทียบได้ความดันของน้ำใต้ทะเลที่ความลึก 900 เมตร )


ที่มาข้อมูล : วิชาการ.คอม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ได้ความรู้ดีมากๆครับ แต่ก็น่ากลัวเหมือนกันนะ ไหนจะน้ำท่วมโลก ไหนจะโลกเดือด

#1 By Extinsions on 2007-10-27 12:13

ตอนนั้นเค้าอายุ 20 + เองน้า ให้ตายซิ อยากอยู่ต่อนานๆ -*-

ขอบคุงสำหรับข้อมูลความรู้นะค่ะ TwT~ น่ากลัวง่าส์

#2 By ★ Be a star ~ on 2007-10-27 12:53

ยังไม่ได้ทำบัตรประชาชนเลย (ต่างด้าว)sad smile ยังไม่อยากตาย มาช่วยกันปลูกต้นไม่กันดีกว่า
big smile

#3 By ire_u on 2007-10-27 13:21

^ เปนความคิดที่สุดยอดแล้วงับ การปลูกต้นไม้

#4 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-10-27 13:22

เค้ายังเรียนไม่จบเลยน้า = ="
ขอเรียนจบก่อนได้มั้ยนิ ฮ่วย น่ากลัวแฮะ = 0 =
ไหนจะน้ำท่วม ทะเลเดือดอีก โฮกกกก !!!
จะเหลือมั้ยเนี่ย = ="

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ นะค๊า !!^^
ปลูกกันต่อไปค่ะพี่น้องงงง ครึครึ*

#5 By ' WHITELIEZ ' on 2007-10-27 14:48

ยังไงๆ มนุษย์คงจะตายหมดกว่าจะได้เห็นน้ำทะเลเดือดล่ะ เหอๆ

#6 By Sirius on 2007-10-27 14:58

ซวยแล้วซิ ยังไม่มีเมียเลย
จะรีบเดือดไปไหนวะเนี้ย
ช่วยกันๆฮะหยุดการทำให้โลกร้อน
ปลูกต้นไม้ ประหยัดไฟ ลดการใช้น้ำมัน
เพราะกูยางไม่มีเมียยยยconfused smile confused smile

#7 By zero on 2007-10-27 15:21

น่ากลัวมากๆค่ะ ความน่ากลัวของธรรมชาติ ที่มนุษไม่อาจเอาชนะได้!!

อยากปลูกต้นไม้ แต่ไม่รู้จะปลูกที่ไหนดี?? แถวนี้มันมีแต่พื้นปูน พื้นกระเบื้องไปหมดsad smileแล้วถ้าปลูกแล้วอีกที่ปีจะโตน้อ แหะๆ แต่ถ้ามีโอกาศ รับรองไม่พลาดแน่ๆค่ะ คงเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยโลกได้!! (พูดคล้ายเป็นพวกแรนเจอร์อะไรซักอย่าง 55+)

#8 By Revamp on 2007-10-27 15:36

ทะเลเดือด น่ากลัวจังเลยค่ะ
ต้องช่วยๆกันรักษาโลก

#9 By ๐|Aki-Autumnz|๐ on 2007-10-27 15:37

สาระมาอีกแล้วววว เยี่ยมจ้ะพี่จ๋า
** 0** ขอบคุณทุกคอมเม้นนะงับ ผมไปอ่านมา กลัวมากเลยเอามาเผื่อแพร่ความน่ากลัวของสิ่งที่พวกเราทำกัน = =" ...มีวิธีเดียวก้อคือช่วยๆกันรักษาโลกต่อไปคับ
.
.
ปล. จะเปลี่ยนธีมต้อนรับ Halloween แล้วน้าเข้ามาอย่าตกใจ เป็น Special Theme งับใช้แค่ 5 วันเด่วกลับมาเหมือนเดิม ..

#11 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-10-27 15:41

ไปอยู่ดาวเคราะห์แคระ กังเถอะ
เก๊า กัว ง่ะ

#12 By warmness on 2007-10-27 17:00

ถ้าต้องเจอโลกที่มีอุณหภูมิสูงขนาดนั้นไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง

ปล.อ่านไปสยองไป ทั้งเฮดทั้งคอมเม้น
sad smile ข่าวมาหลายกระแสจริง เดี๋ยวโลกเดือด เดี๋ยวกลายเป็นยุคน้ำแข็ง
เชื่อใครดีเนี่ยยยยยยยย โอววววว
^
คิดว่า โลกน่าจะเดือดนะ เพราะตอนที่โลกเป็นยุคน้ำแข็งโลกยังมีบรรกาศห่อหุ้มโลกจากรังสีอยู่ แต่ต่อไปบรรยากาศหาย โลกจะร้อนขึ้น และ เดือด
ก่อนหน้านั้นน้ำจะท่วมใลกก่อนครับ

#15 By * แ ม็ ค แ ม็ ค on 2007-10-27 19:20

^ *[]* ถูกต้องนะงับ มันจะไปทีละขั้น
.
.
ปล. ผมว่าผมไม่รอดตั้งแต่น้ำท่วมแว้ว

#16 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-10-27 19:21

นอนรอความตายดีกว่า

แก้ไปตอนนี้ก็สายไปล่ะ

คนเรามันเห็นแก่ตัวว

ป.ล. เค้าว่าปีนี้ประเทศไทย

จะหนาวที่สุดในรอบ 30 ปี =0=

#17 By เฟเน่จัง© on 2007-10-27 20:06

^ บรื้อ~~~~ อย่างน้อยก้อช่วยกันบรรเทา
อาการโลกร้อนเถอะคับอย่างน้อยก้อให้เรา
อยู่ได้ต่อไปอีกอย่างมีความสุข ^ ^

#18 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-10-27 20:57

ผมขออัพบลอคไปเรื่อยๆ จนกว่าผมจะตาย big smile big smile big smile

#19 By Extinsions on 2007-10-27 21:00

^ เหนแล้วงับ วันนี้รู้สึกว่าคุณ Extinsions จะอัพไป 8 เอนทรีได้มั้งงับนั้น = =" ตามอ่านไม่ทันเลยยสงสัยกลัวโลกแตกแล้วจะไม่ได้อัพ เอิ๊กๆๆ ล้อเล่นนะงับ

#20 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-10-27 21:08

ใครจะไปดาวนาเม็กกับผมไหม สำรองที่นั่งด่วน กร๊ากๆ

ก่อนที่น้ำทะเลจะเดือด น้ำแข็งขั่วโลกคงจะละลายหมดก่อน

#21 By palermos on 2007-10-27 21:58

^ ผมไปง้าบเหลือที่ให้ด้วยน้า

#22 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-10-27 22:01

ความรู้มากมาย เยอะแยะ
ขอบคุณนะคับที่หามาให้อ่าน
แล้วจะหาข้อมูลมาแลกเปลี่ยรนความรู้เน้อ
ชอบบล๊อกนี้ๆๆ เนื้อหาหลากหลายดี เหอะๆๆ
พวกเราควรช่วยกันรักษาโลกที่เราทำร้ายนะคะsurprised smile
ร่วมด้วยช่วยรักษาbig smile

#24 By Sunny_ang3ls on 2007-11-01 16:13