ไวรัส (ไม่ใช่) วายร้ายเสมอไป ... ตอนจบแล้วงับ ^O^

จากตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ผมได้พูดถึงเจ้าตัวไวรัส ฟาจที่ช่วยเรามากมาย วันนี้จะมาพูดถึงการใช้ไวรัสในการรักษาโรคร้ายกันงับ

มนุษย์เราฉลาดๆจิงๆงับ นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นการใช้ไวรัสในการรักษาโรคโดยใช้ยีน เราเรียกว่า ยีนบำบัดวิธีการของยีนบำบัด คือ การใช้ ไวรัสเป็นพาหะ ง่ายๆๆ คือ ใช้ไวรัสเป็นพาหนะในการขนส่งยีนที่ต้องการใช้ในการรักษาโรคเข้าสู่ร่างกายมนุษย์

หลักการในการทำยีนบำบัดเริ่มต้นโดยนักวิทยาศาสตร์จะดัดแปรงสารพันธุกรรมของเจ้าไวรัสโดย ตัดบางส่วนของไวรัสออกไป เหลือแต่สิ่งที่จำเป็นสำหรับการเพิ่มจำนวน จากนั้นนำยีนที่ต้องการใช้รักษาโรคใส่เข้าไปในตัวของไวรัส กระบวนการนี้เรียกว่า การดัดแปรงพันธุกรรมสาร



ส่วนประกอบของเซลล์สัตว์


เมื่อฉีดไวรัสที่ผ่านการดัดแปรงพันธุกรรมเข้าไปมรตัวผู้ป่วยแล้ว ไวรัสจะเข้าไปจับกับเซลล์ แล้วเข้าสู้ไซโทรพลาสซึมของผู้ป่วย จากนั้นไวรัสจึงฉีดสารพันธุกรรมของมันเข้าสู้นิวเครียสของเซลล์ จากนั้นจะเกิดการสร้างอนุภาคใหม่ของไวรัส โดยการเพิ่มจำนวนสารพันธุกรรม และสร้างโปรตีนที่ใช้ในการประกอบกันเป้นอนุภาคของไวรัส ในขณะเดียวกันโปรตีนที่จำเป็นต่อการรักษาโรคจะถูกผลิตออกมาจากยีนที่ทำการตัดต่อเข้าไปพร้อมกับสารพันธุกรรมของไวรัส


โรคเริม..เจ้าตัวร้าย อย่าได้เป็นเชียวละคับ
 

ในประเทศอังกฤษมีการใช้ประโยชน์จากไวรัสในการทำยีนบำบัด โดยศึกษาการทำยีนบำบัดของโรคมะเร็งในสมองโดยอาศัยไวรัสกลุ่มที่ทำให้เกิดโรคเริม (Herpes simplex virus) ที่ผ่านการดัดแปรงสารพันธุกรรมเพื่อช่วยในการทำลายเซลล์มะเร็งในสมอง ทำให้ผู้ป่วยที่ได้ทำการรักษาสามารถอยู่ได้ถึง หลายปี แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะอยู่ได้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น


Herpes simplex virus

การรักษาโรคมะเร็งทั่วๆไป เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งกล่องเสียง และอื่นๆ จะใช้วิธีการรักษาโดยการใช้สารเคมีเข้าไปทำลายเซลล์ที่แบ่งตัวผิดปกติ แต่การรักษาโรคมะเร็งสมองจะแตกต่างออกไป เนื่องจากระบบเลือดในสมองจะต่อต้านสารเคมีต่างๆ ที่ใช้ทำลายเซลล์มะเร็ง และเซลล์มะเร็งสมองจะไม่แบ่งตัวเหมือนเซลล์มะเร็งทั่วไป แต่จะกระจายไปยังส่วนต่างๆของสมอง ซึ่งทำให้การใช้สารเคมีรักษาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำได้


Adenovirus

นอกจากการใช้ไวรัส Herpes simplex virus ในการทำยีนบำบัดแล้ว ยังมีอีกไวรัสอีกหลายๆชนิดที่นิยมนำมาใช้อย่างเช่น Adenovirus ซึ่งเป้นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ และระบบขับถ่าย หรือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคติดต่อร้ายแรงอย่างเจ้า HIV ซึ่งเป็น Retrovirus ชนิดหนึ่ง ก็ยังมีการนำมาศึกษา เพื่อใช้ในการทำยีนบำบัดเช่นกัน ซึ่งในอนาคตเอดส์อาจรักษาได้


 Retrovirus

ถึงแม่ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะก้าวหน้ามาก จนสามารถนำสิ่งที่เป็นโทษต่อเรากลับมาทำให้เป้นประโยชน์อย่างเจ้าไวรัสได้ แต่ถ้ามนุษย์ยังไม่รู้จักการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างถูกต้อง ถูกวิธี และใช้อย่างเหมาะสมแล้วในอนาคตเจ้าไวรัสก็อาจจะพัฒนาตนเอง จนสามารถต่อต้านเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ในที่สุด เช่นเดียวกับการดื้อยาปฏิชีวนะของแบคทีเรียที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน  .... จบบริบูรณ์

ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม สสวท.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

น่ากลัวดีครับ โรคเริม เสียวจิงๆๆๆ

#1 By gorjai on 2007-11-01 19:15

^ ตกใจหมดเลยคับ ...มาเร็วมากๆๆๆๆเลยงับ O_o

#2 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-11-01 19:19

เคยเป็นเริมหลายหนละค่ะ เครียดเมื่อไหร่ มันจ้องเล่นงานทุกที เลยซื้อยามาตุนไว้ซะเลย โหะๆ

(ยาเม็ดละ 9 บาทค่ะ กินวันละ 5 เม็ด อย่างน้อย 5-7 วัน ส่วนยาที่เป็นครีม ตกอยู่หลอดละ 140 บาท)
^ #3 ยาปฎิชีวนะ ก้อแพงอย่างงี้ละงับ > <' ว่าแต่ช่วยอธิบายได้ไหมงับว่าเริม มันเจ็บไหมอ่า เวลาเป็น
.
.
ปล. อยากรู้อะงับ หวังว่าคงไม่ล่วงเกินเรื่องส่วนตัวมากไปใช่ไหมคับ = ="

#4 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-11-01 19:27

จะว่าไป เทคโนโลยีคนเราก็ไปไกลมาก
แต่ก็นั่นแหละ ไวรัสมันก็พัฒนาไปไกลเหมือนกัน

ป.ล. ไม่ชอบไฮเพอร์โบลาหรือคับ
อิอิ มีประวัติอะไรล่ะ
^ โดนอาจารย์เตะเพราะหลับตอนเรียนงับ = =" + มากกว่านั้นแต่ไม่อยากประจานตัวเอง TT^TT

#6 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-11-01 19:29

หวัดดีจ้า ยินดีที่รู้จักนะbig smile

#7 By *mamoru* on 2007-11-01 19:30

เราเข้ามาที่ไรก้อดั้ยความรู้กลับไป
ดีจิงๆๆ
ว่าแต่
เริมน่ากลัวอะ
sad smile
ยารักษาเริม มันไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ(antibiotic)หรอกค่ะ มันเป็นยาต้านไวรัส(antiviral) เพราะเริมเป็นไวรัสค่ะ มียาที่เฉพาะสำหรับไวรัสตัวนี้ คือ acyclovir ค่ะ มีทั้ง กิน ทา และยาฉีด

ส่วนที่ว่า เจ็บรึเปล่านั้น ครั้งแรกที่เป็นเจ็บค่ะ ก็นึกว่าเป็นร้อนในซื้อยาทาแก้ร้อนในมาทา ทั้งที่มีฉลากติดว่า ห้ามใช้กับแผลที่ติดเชื้อไวรัส เพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นเริมค่ะ

หลังจากที่รู้ ก็ซื้อยามาไว้ เริ่มเป็นเมื่อไหร่ ไม่รีรอให้ตุ่มน้ำใสมันแตกหรอกค่ะ รีบรักษาเลย

ว่าแต่คุณน้องเรียน รึจบมาจากไหนอ่ะคะ ความรู้เพียบ
^ อ๊ากกกกก ขอบคุณงับ จะจดจำไว้ อิอิ พ่อของไวน์เป็นหมออยู่งับเลยพอมีความรู้ แล้วพอดีเคยอ่านหนังสือพวกนี้บ่อยๆๆ

#10 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-11-01 19:47

^ พ่อสอนไม่ค่อยจะจำและไม่อยากเปนตามพ่อด้วย ใจจิงอยากเปน พวกกราฟฟิคดีไซด์อ่าาาาา TT^TT

#11 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-11-01 20:00

อ๊าก รูปปากน่ากลัวอย่างแรง!! น่ากลัวตรงดื้อยานี่แหระค่ะ ถ้าเ่ราทำยา มันดื้อ ทำยา ดื้อ ทำยา ดื้อ อร๊าย ไม่อยากจะคิด แล้วต่อไปจะรักษายังไงดี wink

#12 By Revamp on 2007-11-01 20:01

น่ากลัวจัง เฮอเพส ซิมเพรก ไวรัส
sad smile (เขียนถูกมะนี่)

#13 By ☆[ i ]Rin☆ on 2007-11-01 20:01

ตามไปเก็บสแป 2 เอนทรี่ก่อนbig smile

จะว่าไปผมก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน เรื่องการเอาเชื้อโรคมาเป็นยารักษาโรค อย่างนี้ก็เข้าสุภาษิตที่ว่า "หนามยอก ก็ต้องเอาหนามบ่ง" นั้นเองcry

#14 By worapoj@~@ on 2007-11-01 20:49

อั๊ก...เห้นรูปแล้วกินปลาหมึกไม่ลง

ป.ล. พ่อเปนหมอหรอดีจัง =0= เฟอยากเป็นหมอ T-T

#15 By เฟเน่จัง© on 2007-11-01 20:50

โอว๊ สุดยอด ทำให้ไวรัสกลายเป็นพวกเดียวกัน
คนเราคิดกันได้นะเนี้ยยย cry
ปล. เห็นที่มาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วตกใจ ทำมาหลายปีไม่เคยรู้ sad smile

#16 By XEGXEF on 2007-11-01 21:45

อันตรายๆ
เชื้อโรคมีอยู่ทุกที่ ระวังรักษาสุขภาพกันดีๆนะจ๊ะทุกคน

#17 By ๐|Aki-Autumnz|๐ on 2007-11-01 22:09

ขอเพิ่มเติม

มะกี้เข้าไปดูประวัติเจ้าของบลอคมา

อ่อนกว่าเรา 1 ปีเหรอเนี่ยยย นึกว่าอายุเยอะกว่าซะอีก
=[]= ต้องเรียกว่า น้องไวน์ สินะ cry

#18 By ๐|Aki-Autumnz|๐ on 2007-11-01 22:12

โอววววววววววววววว เป็นเทคนิกที่น่าสนใจมากๆๆเลยค่ะ ^^

#19 By ดุกดุ๋ย on 2007-11-01 23:15

big smile ขอบคุณค่ะ กำลังเรียนเรื่องเซลล์อยู่พอดีเลย (แต่ไม่เรียนเรื่องไวรัสแฮะ) แต่ยอมรับจริงๆว่า ไวรัส(ไม่ใช่)วายร้ายเสมอไป
คุณyเก่ง+ใจดีมากค่ะ ปรบมือให้ แปะ แปะ แปะ
big smile
ไว้มีทุนแล้วอย่าลืมไอนะ แล้วมาเปิดฟาร์มเพาะไวรัสกัน หุหุ
//ได้ข่าวว่าโดนคุณครูเตะตอนแอบหลับด้วยหรอคะ ฮ่าๆๆ confused smile
(พูดมากอีกและ - -")

#20 By ire_u on 2007-11-02 06:54

ไม่เคยรู้เลยว่าไวรัสจะมีประโยชน์ขนาดนี้

มนุษย์นี่เก่งจิงๆ ทำได้ทุกอย่าง ^^

--------------
ดีแล้วที่กลับไปคืนดีกันนะไวน์ confused smile

ตอนนี้ฝ้ายได้แต่เศร้าเพราะเปลี่ยวใจ 55
ตอนนั่งอัพรู้สึกหงอยยังไงไม่รู้ ตอนนี้เล่นเนตมาพักใหญ่ สบายดีแล้วจ้า

#21 By vinn* on 2007-11-02 18:09

มาตอบค่า...ป่าวน๊า 55+ แต่คือว่าพยายามจะรีบย้ายไฟล์มาให้ครบเร็วๆน่ะค่ะ จะได้ลบอันเก่าทิ้งไม่เปลืองเนื้อที่ แต่ยังไงก็ต้องกลับมาอยู่แล้วว แอ๊ว แอ๊ว ฮ่าๆ ไวน์จะได้เห็นแองเจลิน่าทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน เอิ๊กๆ

#22 By Revamp on 2007-11-02 19:57

เริม . . น่ากลัวโคตร sad smile

เหอะ ๆ ทีแรกหาคอมเม้ท์ ไม่เจอ
เพราะเปิดกะ Firefox แล้วคำว่า Comment มันหลุดไปอยู่แถว link ด้านขวาอ่ะค่ะ ก็เลยมองมิเห็นsad smile
น่ากลัวจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆangry smile angry smile
เง้อ น่ากลัวจังเลยน้องไวน์..
โรคเริมแบบนั้นเกิดจากอะไรเหรอคะ น่ากลัวมากๆ
เจ้าไวรัสเอดส์นั่นก็หน้าตาน่าสยองจริงๆ

เคยอ่านเจอว่า ยาที่ดีที่สุดคือภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ที่เกิดจากการดูแลสุขภาพที่ดี กินอาหารครบ 5 หมู่
ดื่มน้ำเยอะๆ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
ทั้งหมดนี้ยังทำไม่ได้เลยอะค่ะsad smile

#25 By p-i-e on 2007-11-02 21:11

ฮาๆ เป็นไงล่ะน้องไวน์ เจอคนเม้นท์เร็วๆ เข้ากับตัว
ตกใจเหมือนกันเหรอนั่น

น้องไวน์อยากเรียนกราฟฟิคเหรอ พี่นึกว่าอยากเข้าหมอซะอีกนะนี่confused smile

#26 By p-i-e on 2007-11-02 21:17

F5
3 รอบแล้วจ๊ะ แต่ยังไม่เห็นรูปในกล่องคอมเม้นท์เลย

เอาออกเลยเหรอ รึยังไง เริ่มงงแล้ว

จะว่าไปเมื่อกี้แวะไปบลอคคุณพี่เจ้าชายน้อยมา ก็เป็นเหมือนกันนี่แหละ หาปุ่ม Summit ไม่เจอ

..................

รูปน่ากลัวมาก โรคก็น่ากลัว เห็นแล้วใจสั่นเลยเรา angry smile


อ่อ ..ไวน์เป็นลูกคุณหมอนี่เอง พี่บีก็เป็นทหาร แต่เรามาแนวแปลกทั้งสองคนเลยเนอะ

กราฟฟิก ดีไซน์
big smile

#27 By ::..BeinG..*3*..BloG..:: on 2007-11-03 08:39

โรคเริมดูน่ากลัวจัง

ปล. ไวน์ คำนี้หมายถึงเหล้าหรือเปล่าคะ question

#28 By ~ N ~ on 2007-11-03 11:41

น่ากลัวดีแท้ ,,,,, เหอะๆ

ไม่ได้อ่านครั้งก่อนๆอ่ะ ไม่โกดนะ ฮ่าๆๆ

ก้อน่าจะรู้อย่แล้ว ว่าทำไมไม่ได้อ่าน เหอะๆ

พี่ไม่ให้เล่นนี่เอง T^T เซงเลยย

วันนี้ก้อเหมือนเดิมอ่ะ แอบมา** แหะๆ

โชคดีนะคะ*

บ๊ายบายยย,,,

#29 By P-Plee on 2007-11-03 15:05

มาตอบค่ะ...อีกที 55+

ตอนจบมันถ่ายเป็นภาพแก้วตกแตกน่ะค่ะ จะสื่อว่าอะไรซักอย่างมั้ง 55+

ปล. เอาเซาท์บ๊อกออกแย้วร๋ออ

#30 By Revamp on 2007-11-03 18:22

อ๋า ,, รูปน่ากลัวจัง
เอิ๊กๆ รู้สึกว่าเทคโนโลยี มันช่าง ...พัฒนารวดเร็วจริงๆ นะ
แบบว่าอะไรที่ัฒนาก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดี ^ ^''

ปล1. ผักตามมาแอดบลอคท่านไวน์แล้วนะคะ
ปล2. บลอคเก่าของผักลบทิ้ง (จาก fav.) เลยนะคะท่านไวน์
ปล3. รบกวนด้วยน้อ ^ ^''
^ รับทราบคับป๋ม ตามไปแอดแล้วน้า........^ ^

#32 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-11-04 07:44

สาเหตุของโรคคืออะไร
ยี้ หยะแหยงงง
สวัสดีค่า มาแ้ล้วว วันนี้ไปบ้านแม่มาน่ะค่ะ อิอิ สบายดีป่าวว รอดูไวน์อัพพ อิอิ

#34 By Revamp on 2007-11-04 18:56

^ สบายดีงับ ^O^ แต่ยังไม่อัพหรอกก๊าบบ ช่วงนี้ยุ่งนิดส์นึง = =a

#35 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-11-04 19:05

ง่าา เหนรูปบนแล้วน่ากลัว
โชคดีไม่เคยเป็น sad smile

#36 By ☆ [ Cha - AiM ] ::★ on 2007-11-04 19:28

เพิ่งเป็นปกติจะเป็นปีละครั้ง..แต่ปีนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วอะ
(เป็นที่ริมฝีปากด้านบนขวา)ไม่รู้อย่างนี้อันตรายหรือเปล่า
ใครรู้วิธีทำให้หายขาดแบบไม่กลับมาเป็นอีกบ้างไมค่ะ
เวลาเป็นอายคนคนมากเลย ปากจะเจ่อๆๆนิดอะแสบๆคันๆ
นิดๆๆด้วย...เฮ้อ..เวรกรรมจิงเลย

#37 By nunim (61.47.14.178) on 2008-05-16 17:44

195bdd8f060e04b1e27335a6e9f64c91

#38 By John Doe (64.28.187.69) on 2008-06-09 09:39