Bio

ไวรัส (ไม่ใช่) วายร้ายเสมอไป ...

บทความนี้ควรเปิดอ่านใน Internet Explorer นะงับถ้าใน Firefox จะล้น


ถ้าถามถึงไวรัสหลายๆคนคงนึกถึงโรคร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสไม่ว่าจะเป็นโรคที่ทำให้
คนไม่กล้าเข้าโรงหนัอย่าง ซาร์ โรคที่ทำให้กิ๊กทั้งหลายต้องผวาอย่างโรคเอดส์ โรคที่คร่า
ชีวิตเด็กๆ หรือผู้สูงอายุ โดยอาศัยยุงกลาย้ป็นภาหะอย่างโรคไข้เลือดออก หรือโรคที่กำลัง
แพร่กระจายไปเกือบทั่วทุกมุมโลก ทำให้ต้องทำลายสัตว์ปีกนับล้านอย่างโรคไข้หวัดนก จะ
เห็นได้ว่าถ้าพูดถึงไวรัส จะมีคำว่าโรคร้ายตามมาเสมอไวรัสจึงกลายเป็นเหมือนศัตรูคู่อาฆาต
กับมนุษย์เรามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และยังคงเป็นต่อไปในอนาคต

แต่จะมีใครทราบหรือไม่ว่ามนุษย์สามารถนำไวรัสมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้แล้ว > <" ไวรัสที่ว่านั้นมีหน้าตาอย่างไร อาจจะหล่อเหมือน ดาราฮอลีวูด หรือว่าหน้าตาจะเหมือน น้องทรายคุณแม่ขอร้อง = ="และจะเอามาใช้ประโยชน์อย่างไรแล้วมันจะไม่เป็นอัตรายต่อมนุษย์หรือ คำถามเหล่านี้คงเกิดในใจหลายๆๆคน

เมื่อมนุษย์มีอาการเจ็บป่วยเนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย วิธีการที่จะทำให้ร่างกายกลับมาสู่ปกติก้อคือการให้ยาปฏิชีวนะแก่ผู้ป่วย แต่บางครั้งพฤติกรรมการบริโภคยาที่ไม่ถูกต้อง เช่น การทานยาไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง หรือการซื้อยามาทานเอง = =" โดยไม่ปรึกษาแพทย์ พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาการดื้อยาของแบคทีเรียและทำให้แบคทีเรียกลายพันธ์ เป็นเหตุให้มนุษย์โดยเฉพาะในประเทศที่ด้อยพัฒนา เสียชีวิตกว่า 20 ล้านคนทุกปีปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่วิตกกันมากในวงการแพทย์ เพราะถ้าแบลทีเรียทุกชนิดดื้อยาหมด แล้วเราจะหาทางรับมือมันได้อย่างไร > <" ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงพยายามแก้ปัญหาโดยการคิดค้นยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่แบคทีเรียเองก้อไม่ยอมแพ้ พัฒนาตัวเองเช่นกัน *[]*

เมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ นักวิทยาศาสตร์จึงคิดว่า นอกจากยาปฏิชีวนะแล้วนังมีอะไรอีกบ้างที่สามารถกำจัดแบคทีเรียได้ คำตอบคือ ไวรัสนั้นเอง เย้~~ > <



ไวรัสอะไรน่ารักน่ากอดจิงๆๆเลยงับ เอิ๊กๆๆ ^ ^

ไวรัสสามารถทำลายเซลล์แบคทีเรียได้เช่นเดียวกับยาปฏิชีวนะ และอาจจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า เพราะมันจะเข้าไปทำลายเซลล์แบคทีเรียโดยตรง ไวรัสที่ว่านี้เรียกว่า แบคเทอริโอฟาจ (Bacteriophage) หรือสั้นๆว่า ไอ้ฟาจ (โทดทีงับ บังเอิญสนิทกันเลยเรียกไอ้ฟาจคงไม่ว่ากัน ^ ^a)

แบคเทอริโอฟาจ หรือ ไอ้ฟาจ เป็นไวรัสชนิดหนึ่งแต่แตกต่างกับไวรัสไขหวัดนก ไวรัสเอดส์ หรือ ไวรัสก่อโรคอื่นๆ ตรงที่ ฟาจ จะทำอันตรายเฉพาะเซลล์แบคทีเรียเท่านั้น ไม่ทำร้ายเซลล์มนุษย์หรือสัตว์อื่นๆ แต่ในทางกลับกัน ไวรัสไข้หวัดนกหรือไวรัสเอดส์ จะทำอันตรายเซลล์มนุษย์หรือสัตว์ชนิดอื่นๆ แต่จะไม่ทำลายเซลล์ของแบคทีเรีย



แล้วนักวิทย์เค้าใช้ไอ้ฟาจไปทำอะไร แล้วไอ้ฟาจจะช่วยรักษาโรคได้จิงหรือ โปรดติดตามตอนต่อไปงับ ^ ^
.
.
ตอนที่ 2 ทำเสจแล้วนะงับ

ไวรัส (ไม่ใช่) วายร้ายเสมอไป ... ตอนที่ 2

บทความนี้ควรเปิดอ่านใน Internet Explorer นะงับถ้าใน Firefox จะล้น

จากตอนที่แล้ว ผมได้แนะนำเจ้าไวรัส ฟาจ ให้ได้รู้จักกันไปแล้วงับว่ามันมีลักษณะอย่างไร แล้วมีอันตรายต่อใคร และให้ประโยชน์ใครบ้าง และในตอนนี้จะมาทำความรู้จัก เจ้าไวรัส ฟาจ ให้มากขึ้นงับ ^ ^


แบคเทอริโอฟาจ : ฟาจ (รูปจิง)

แบคเทอริโอฟาจ หรือ ฟาจ แต่ละชนิด จะมีความจำเพาะเจาะจงในการเลือกทำลายเซลล์แบคทีเรีย เช่น
เซลล์แบคทีเรีย E.Coli จะถูกทำลายโดยฟาจในกลุ่ม coliphage เช่น แบคเทอรอโอฟาจ T4 แบเทอริโอฟาจ T2 เท่านั้น


เมื่อเจ้าฟาจไปเกาะบนแบคทีเรียเพื่อปล่อยสารพันธุกรรม

เชื้อก่อโรคชนิดอื่นๆ เช่น Shigella sp. Salmonella sp. Vibrio sp. จะมีฟาจที่เจาะจงทำลายเฉพาะแบคทีเรียเหล่านี้เช่นกันเมื่อเข้าฟาจไปเจอเจ้าแบคทีเรียที่มันสามารถทำลายได้มันจะเข้าไปเกาะติดกับเจ้าแบคทีเรียและฉีดสารพันธุกรรมของมันเข้าไปภายในจากนั้นสารพันธุกรรมของฟาจจะอาศัยกระบวนการของเซลล์แบคทีเรีย ผลิตอนุภาคของฟาจ ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และเมื่อมีจำนวนมากพอแบคทีเรียจะปล่อยเอนไซด์ออกมาย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ทำให้เซลล์แบคทีเรียนั้นถูกทำลาย และอนุภาคฟาจที่หลุดออกมานอกเซลล์ ก็จะเข้าไปทำลายเซลล์แบคทีเรียอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงต่อไป นี่ละงับความมหัศจรรย์ของเจ้า ฟาจ ^ ^


เวลาเจ้า ฟาจ ไปทำลายแบคทีเรีย


จากหลักการด้านบน ไ(= =ไ)" นักวิทยาศาสตร์จึงได้นำเจ้า ฟาจ มาใช้ในการรักษาโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย ซึ่งการรักษาโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียโดยใช้ฟาจ หรือที่เรียกว่า แบคเทอริโอฟาจบำบัด (bacteriophagetherapy) จิงๆแล้วได้มีการศึกษามานานในอดีต และมีการนำมาใช้ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2469 ซึ่งในขณะนั้นฟาจถูกนำมาใช้ทำลายเซลล์แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วง โดยการให้ไวรัสทางปาก หลังจากนั้น เมื่อมีการค้นพบยาปฏิชีวนะซึ่งใช้ง่ายและรักษาโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียได้รวดเร็วกว่า จึงค่อยๆหายไป จนกระทั่งแบคทีเรียก่อโรคหลายๆชนิด และสามารถพัฒนาตัวเองจนต้านยาปฏิชีวนะ
หลายๆชนิดได้ด้วยเหตุนี้เอง ความคิดในการทำแบคเทอริโอฟาจบำบัดจึงกลับมาอีกครั้ง ^ ^


เจ้าฟาจอันน่ารัก ^ ^

ผมจึงขอสรุปประโยชน์ของเจ้าฟาจแบบสั้นๆๆละกันงับ
> ทำลายเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องเสีย
> ทำลายเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผลติดเชื้อ
> ทำลายแบคทีเรีย เช่น E. Coli O157:H7 ที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วงรุนแรง
> ทำลายแบคทีเรียที่อยู่บนต้นแคนตาลูป ซึ่งเป็นแบคทีเรียก่อโรคที่ปนเปื้อนมากับผลผลิต
> ทำลายแบคทีเรีย Xanthomonas sp. ที่ทำให้เกิดโรคแผลจุดในมะเขือเทศ
> นำมาใช้เป็นดัชนีในการชีวัดน้ำเสีย



แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก ที่ยังไม่มีรายงานการศึกษาการใช้เจ้า ฟาจ ในการทำลายอาวุธชีวภาพ อย่างเจ้าโรคแอนแทร๊กซ์ ถ้ามีใครทำได้จะทำให้พวกเราไม่ต้องกังวลกับเจ้าเชื้อโรคร้ายอีกต่อไป คุณเชื้อไหมคับว่า เจ้าฟาจสามารถทำยีนบำบัด ( Gene therapy ) ได้อีกด้วย อยากรู้หรองับ โปรดติดตามตอนต่อไป นะก๊าบบบ ^ ^
.
.
.
ปล. ตอนต่อไปจบแล้วนะงับ อย่าลืมมาอ่านต่อนะงับ ^ ^
ปปล. ตอนจบคงต้องรอหน่อยนะงับเพราะเขียนนานเหลือเกินแก้แล้วแก้อีกงับ TT^TT